TOPIC:ร่างกายฟ้องการใช้ชีวิต

2016-05-10 View: 942 | Written by:lekang

ร่างกายฟ้องการใช้ชีวิต



 
       


       ปัจจุบันปัญหาโรคออฟฟิศซินโดรมเป็นโรคที่คนเป็นกันมาก โดยเฉพาะหนุ่มสาววัยทำงาน แต่หลายคนอาจมองข้ามอาการแสดงต่าง ๆ เพราะถือว่าไม่มีสิ่งใดร้ายแรง หารู้ไม่ว่าอาการเล็กน้อยบางอย่างได้ซ่อนอาการอื่นที่นำพาสู่สภาวะของโรคที่ร้ายแรงยิ่งขึ้นไปอีก

       นักข่าวและบรรณาธิการสาว พ่วงด้วยตำแหน่งนักการตลาดและประชาสัมพันธ์  สาวเก่งแห่งสื่อยักษ์ใหญ่ เป็นอีกหนี่งคนที่ต้องเผชิญกับอาการออฟฟิสซินโดรม ด้วยไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตการทำงานที่ไม่หยุดนิ่ง ครั้งนี้ คุณอิงณภัทร์ อุดมสิทธิ์ศักดิ์ ได้มาเปิดอกเปิดใจ ถึงปัญหาสุขภาพของเธอ

       “อาชีพที่ทำคือ เป็นนักข่าว เป็นบรรณาธิการ ทำพีอาร์การตลาด ทำงานหลากหลาย ใช้ชีวิตกันแบบโลดโผนมาก ขับรถนาน ๆ เดินทางตลอด รถในกรุงเทพฯ ก็ติดมากอย่างที่ทราบกันดี แน่นอนว่าสิ่งที่เราต้องเจอคือ ความเมื่อยล้า ไหนจะเวลาทำงานที่ต้องปิดงานเขียนข่าวบ้าง  ปิดต้นฉบับบ้าง ใช้เวลาหน้าคอมพิวเตอร์เป็นวัน ๆ นั่งผิดท่านี่ก็ทำให้เกิดปัญหากับกล้ามเนื้อบ้าง กระดูกบ้าง  ส่งผลเสียกับระบบของร่างกายเราทั้งหมด  อีกสิ่งหนึ่งที่ทำบ่อย คือ ทำงานเพลินจนลืมเวลานอน พักผ่อนน้อยไม่พอกับความต้องการของร่างกาย  ทั้งหมดที่พูดมา มีผลเสียต่อร่างกายมาก ทั้งเมื่อย ทั้งอ่อนเพลีย”

       พฤติกรรมการใช้ชีวิตทั้งหมดของเธอ ล้วนเป็นพฤติกรรมที่คนรุ่นใหม่มักจะเป็นกัน และไม่ค่อยคำนึงถึงผลเสีย  ต่อเมื่อเกิดปัญหา หรือ ร่างกายมีอาการที่เราเรียกว่า “ร่างกายฟ้องการใช้ชีวิต” ปัญหาที่เกิดมากมายขึ้น อีกทั้งโยงไปถึงการมีโรคเรื้อรังต่าง ๆ จึงค่อยมาสนใจดูแล

       “เมื่อก่อนนั้นดิฉันเองก็ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้ เราก็ใช้ชีวิตไปแบบที่กล่าวมาข้างต้น และโดยส่วนตัวนั้นเป็นคนที่ไม่ออกกำลังกายอีก  ยิ่งส่งผลเลยค่ะ ทุกวันนี้ก็ถือว่าร่างกายฟ้องแล้วค่ะ  อาการต่าง ๆ เริ่มเห็นเรื่อย ๆ ทั้งอ่อนล้าง่าย เหนื่อยง่ายมาก ๆ  แต่ก่อนนั้นก็จะแก้ปัญหาด้วยการนวดแผนไทยตลอด ซึ่งก็ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายได้  เพราะตอนนั้นเรายังไม่เคยได้ยินศาสตร์แพทย์แผนจีนเท่าไหร่ และไม่คิดว่าจะช่วยเรื่องออฟฟิศซินโดรมได้มากนัก”

       “ซึ่งพอได้สัมผัสแล้วก็เข้าใจเลยว่าเป็นอย่างไร ดีอย่างไร อย่างครั้งนี้ที่มารักษานี่ต้องบอกว่าแพทย์จีนดีมากๆ ให้คำปรึกษาเรื่องโรค เรื่องอาการของเราแบบเข้าใจ  และบอกกล่าวเราจนเข้าใจว่าเราเป็นอย่างไร มีอาการอย่างไร ต้องแก้ไขอย่างไร ซึ่งดิฉันรู้สึกอึ้งเลย เพราะประทับใจมากๆ จนรู้สึกเลยว่าแพทย์แผนจีนนั้นไม่ใช่ศาสตร์โบราณอย่างที่เราคิด มีการตรวจสอบ มีการวินิจฉัยโรคด้วยศาสตร์และองค์ความรู้ที่ทันสมัยมากๆค่ะ ทางด้านคลินิกเองบรรยากาศเหมือนเข้ามาสปา แต่แบบจีนๆนะคะ มันช่วยเราเรื่องอารมณ์การผ่อนคลายต่างๆเข้ามา คือง่ายเลยค่ะ  แค่เข้ามานี่ก็รู้สึกเลยค่ะว่าสบายๆมากๆ”

       “วันนี้ที่มาทำคือ มาฝังเข็มรักษาโรคออฟฟิศซินโดรม หมอบอกว่าดิฉันมีปัญหาเรื่องไต คุณหมอก็จะมีวิธีการทางการแพทย์ แนะนำให้เรานำไปปฏิบัติ เพื่อเรียกพลังซึ่งเป็นวิธีการที่ดีมาก ๆ แต่ที่รู้สึกดีที่สุด คือ การฝังเข็ม เพราะภาพจำของเราคือ กลัวมาก ๆ เข็มจะเจ็บมั๊ย แต่พอมาทำแล้วมันไม่เจ็บนะ  ฝังที่หลังแล้วรู้สึกเลยว่าเบา สบายมาก ๆ เป็นการกระตุ้นให้เลือดลม ระบบกล้ามเนื้อของเราดีขึ้น การทำงานของร่างกายดีขึ้น”

       ซึ่งเธอยังกระซิบบอกว่า มีคนจำนวนมากที่มักจะกลัวการฝังเข็ม กลัวเจ็บ แต่เธอยืนยันว่าของแบบนี้ต้องลองดูแล้วจะรู้ว่าความสบายมันมีจริง

 


       “ผู้หญิงสมัยนี้ไม่น่าจะมีใครกลัวเข็ม เพราะว่าส่วนมากก็จะศัลยกรรมกันอยู่แล้ว ตรงนั้นน่ากลัวมากกว่าอีก ฝังเข็มไม่น่ากลัว เข็มเล็กมาก ๆ มันมีความสบายเกิดขึ้นมากกว่า อย่างดิฉันทำแล้วเปลี่ยนความคิดเลย คิดว่ามันโอเคสุด ๆ ค่ และทำให้เราเห็นเลยว่า มาตรฐานการรักษาแบบศาสตร์แพทย์จีนนั้นดีมาก“

       “ถ้าจะให้กล่าวความรู้สึกหรือนิยามของการได้สัมผัสการรักษาแบบแพทย์แผนจีนนั้น ถือว่าดีมาก เป็นศาสตร์การบำบัดรักษาที่ไม่น่ากลัว สำหรับดิฉันโดยส่วนตัวแล้วคงไม่มีอะไรที่จะให้คำนิยามสวยหรู แค่รู้สึกว่าดี มีประโยชน์ เกิดผลดีกับร่างกายไม่มีผลเสีย ก็พอแล้วค่ะ มันเยี่ยมมาก ๆ ค่ะ


       ถือเป็นอีกหนึ่งสาวเก่ง แห่งวงการสื่อ ที่ให้ความไว้วางใจศาสตร์แพทย์แผนจีน ในการดูแลสุขภาพ เรียกว่าเหมือนเธอได้สัมผัสโลกใบใหม่ที่เธอไม่เคยรู้จักกันเลยทีเดียว !!!


 
.........................................................................................................................................
มีปัญหาออฟฟิศซินโดรม ปรึกษา “เล่อคังคลินิก” 02 168-7288-9 / 02 081-355-8736

บทความยอดนิยม