TOPIC:แพทย์แผนจีนกับการดูแลอาการปวดประจำเดือน

2021-01-20 View: 1448 | Written by:lekang

แพทย์แผนจีนกับการดูแลอาการปวดประจำเดือน

     อาการปวดประจำเดือนเป็นหนึ่งในอาการที่พบได้บ่อยในผู้หญิง โดยมีลักษณะเด่นคือ อาการปวดเกร็งหรือปวดหน่วงบริเวณท้องน้อยก่อน ระหว่าง หรือหลังมีประจำเดือน และอาจมีอาการปวดเมื่อยบริเวณเอวและกระเบนเหน็บ หรืออาการไม่สบายอื่น ๆ ร่วมด้วย

     อาการและความรุนแรงแตกต่างกันในแต่ละคน บางรายอาจมีอาการ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย เหงื่อออกเย็น หรือคัดตึงเต้านม ในรายที่รุนแรงอาจเกิดอาการเป็นลมหรือหมดสติจากความเจ็บปวดอย่างรุนแรง และส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก

ประเภทและสาเหตุของอาการปวดประจำเดือน
     ตามหลักการแพทย์แผนปัจจุบัน สามารถแบ่งอาการปวดประจำเดือนออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

     1.  อาการปวดประจำเดือนแบบปฐมภูมิ (Primary Dysmenorrhea) คือ อาการปวดประจำเดือนที่ไม่พบความผิดปกติของอวัยวะสืบพันธุ์อย่างชัดเจน เกิดจากการหดตัวของมดลูกและการเปลี่ยนแปลงของสารในร่างกาย ทำให้เกิดอาการปวดหรือปวดเกร็งบริเวณท้องน้อย

     2.  อาการปวดประจำเดือนแบบทุติยภูมิ (Secondary Dysmenorrhea) เกิดจากโรคหรือความผิดปกติของอวัยวะสืบพันธุ์ เช่น เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เนื้องอกมดลูก หรืออะดีโนไมโอซิส มักพบในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ และอาจมีอาการปวดรุนแรงหรือผิดปกติมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป

มุมมองของแพทย์แผนจีนต่ออาการปวดประจำเดือน
     ในศาสตร์การแพทย์แผนจีน อาการปวดประจำเดือนเรียกว่า “经行腹痛” (จิงสิงฝูท่ง) หรืออาการปวดท้องในช่วงมีประจำเดือน โดยแพทย์แผนจีนมองว่าอาการปวดประจำเดือนมีความเกี่ยวข้องกับสภาพร่างกายเดิมของแต่ละบุคคล รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของ ชี่และเลือด ในช่วงก่อน ระหว่าง และหลังมีประจำเดือน

     โดยหลักการสำคัญคือ “不通则痛,不荣则痛” หมายถึง เมื่อการไหลเวียนไม่ราบรื่นจึงเกิดอาการปวด เมื่อร่างกายและเนื้อเยื่อได้รับการหล่อเลี้ยงไม่เพียงพอ จึงเกิดอาการปวด

สาเหตุที่แพทย์แผนจีนอาจพิจารณา ได้แก่
     1.  ภาวะพร่องของพลังไต อาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยแต่กำเนิด การทำงานหนักหรือการมีบุตรหลายครั้ง รวมถึงความเจ็บป่วยเรื้อรัง 
     2.  ชี่และเลือดพร่อง ร่างกายอ่อนแอ เจ็บป่วยเป็นเวลานาน หรือระบบย่อยอาหารอ่อนแอ ส่งผลต่อการสร้างชี่และเลือด 
     3.  ชี่ติดขัดและเลือดคั่ง ความเครียด อารมณ์แปรปรวน หรือความโกรธอาจส่งผลต่อการไหลเวียนของชี่และเลือด 
     4.  ความเย็นสะสมและเลือดคั่ง การรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มเย็นมากเกินไป หรือการได้รับความเย็นในช่วงมีประจำเดือน 
     5.  ความชื้นและความร้อนสะสม ปัจจัยภายในร่างกายหรือสภาพแวดล้อมอาจส่งผลให้เกิดความชื้นและความร้อนสะสม และรบกวนการไหลเวียนของชี่และเลือด 

การดูแลอาการปวดประจำเดือนตามศาสตร์แพทย์แผนจีน

1) การใช้สมุนไพรจีน
แพทย์แผนจีนจะประเมินและจำแนกภาวะของแต่ละบุคคล เช่น ภาวะพร่องของไต ชี่และเลือดพร่อง ชี่ติดขัดและเลือดคั่ง ความเย็นและเลือดคั่ง หรือความชื้นและความร้อนสะสม จากนั้นจึงเลือกแนวทางการใช้สมุนไพรให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

2) การฝังเข็ม
ตามศาสตร์แพทย์แผนจีน การฝังเข็มมีแนวคิดในการช่วยปรับสมดุลของหยินและหยาง ส่งเสริมการไหลเวียนของชี่และเลือด และปรับสมดุลของเส้นลมปราณ จึงอาจนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการดูแลอาการปวดประจำเดือน รูปแบบการรักษาอาจแตกต่างกันตามการประเมินของแพทย์ เช่น

     •  การฝังเข็มตามจุดต่าง ๆ ของร่างกาย อาทิ หู ข้อเท้าและข้อมือ ศีรษะ 
     •  การฝังเข็มร่วมกับกระแสไฟฟ้า 
     •  การรมยา (Moxibustion) 

เคล็ดลับดูแลตัวเองตามแนวทางของแพทย์แผนจีน

     •  ก่อนและระหว่างมีประจำเดือน ควรลดอาหารดิบ เย็น เผ็ด และมัน รวมถึงลดอาหารและเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น กาแฟ ชา และช็อกโกแลต
     •  รักษาร่างกายให้อบอุ่นและหลีกเลี่ยงการสัมผัสความเย็น โดยเฉพาะบริเวณท้องน้อย
     •  ใส่ใจเรื่องสุขอนามัยส่วนบุคคลในช่วงมีประจำเดือน
     •  พยายามผ่อนคลายและหลีกเลี่ยงความเครียดหรืออารมณ์ที่รุนแรง
     •  ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม รับประทานอาหารให้ครบถ้วน พักผ่อนให้เพียงพอ และนอนหลับอย่างมีคุณภาพ

รีวิวจากผู้ใช้จริง